2006/May/10

ฉัน ณ ตอนนี้น้ำตากำลังไหลรินอาบแก้ม ฉันไม่ต้องการให้เธออภัยในสิ่งที่ฉันตั้งใจทำให้กับเธอ ถึงเราจะเป็นแค่ "เพื่อน" แต่ฉันก็รู้ดีว่าทุกสิ่งที่ฉันทำให้
"เพื่อน" อย่างเธอ ฉันตั้งใจทำเสมอ

นานมากแล้วที่ฉันไม่เคยคิดจะส่งโปสการ์ดให้ใครด้วยลายมือของตัวฉันเอง เพราะฉันอยู่บนโลกของไซเบอร์ซะจนเคยชินกับคำว่า E ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น
E-mail E-card หรืออีกหลาย ๆ E ....

ฉันใช้เวลาอยู่หลายวันทีเดียวในการเสาะหา โปสการ์ด สวยๆ มาเขียนข้อความดีๆ ให้กับเธอ "เพื่อน" ของฉัน ข้อความที่ฉันส่งให้เธอ ฉันอ่านมาจากหนังสือ "เดินช้าดีกว่าวิ่งล้ม" ฉันคิดแทนเธอ ว่าเธฮคงไม่มีเวลามากพอที่จะหยิบหนังสือมาอ่าน หรือเดินเข้าไปร้านหนังสือเพื่อหาหนังสือให้กำลังใจตัวเราเอง ฉันจึงคิดที่จะเขียนและส่งมัน ฉันตั้งใจเขียนด้วยมือ ถึงลายมือจะไม่สะสวยก็ตาม แต่นั่นคือ "ความตั้งใจและความใส่ใจ" ของฉัน

ฉันใช้เวลาในการเขียนโปสการ์ดแต่ละใบนานพอสมควร กว่ามันจะเสร็จ ฉันไม่ได้บ้า ที่มานั่งเขียนอะไรงี่เง่าลงบนกระดาษใบละไม่กี่บาท ฉันเขียน และคิด ไตร่ตรอง ก่อนจะเขียนถ้อยคำ ประโยคต่างๆ ลงไป
ฉันต้องใช้ความรู้สึกจากใจร้อยเรียงลงไป ฉันไม่เคยคิดจะเขียนเพื่อคาดหวังให้เราเป็นได้มากกว่าคำว่า "เพื่อน" นั่นไม่ใช่ความคาดหวังของฉันเลย ฉันหวังเพียงว่าสิ่งที่ฉันเขียนให้เธอจะเป็นประโยชน์ ให้แง่คิดในการดำเนินชีวิตของเธอ และอาจจะแฝงปะปนไปกับความห่วงใยในการดูแลรักษาสุขภาพของตัวเธอเองในยามที่เธอต้องอยู่ทำงานจนดึกดื่น ฉันไม่ได้คิดอย่างอื่นเลย ไม่เลย .... ฉันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ใครๆ คิด ฉันเป็น คน หนึ่งคนที่มีหัวใจ

และที่ฉันคิดจะส่งโปสการ์ดไปให้ ก็เพราะ ฉันคิดว่า มันไม่ใช่ความลับอะไร ไม่มีโอกาสพิเศษ หรือความรู้สีกอื่นๆ แอบแฝงไป ที่เลือกส่งทางไปรษณีย์ก็เพราะมันดูมีคุณค่าทางจิตใจ มันเก็บไว้ดูได้ ตอนเราแก่ ตอนเราจะตายจากกันไป หรือเก็บไว้เป็นความทรงจำ ฉันไม่อยากส่ง E-card เพราะมันรวดเร็ว ไฮเทค ส่งแบบไม่ต้องคิดถึงอะไรมากมาย ดูไร้ค่ายังไงไม่รู้ .. นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด

แต่ วันนี้ ฉันได้คำตอบแล้ว ฉันไม่ควรเขียนโปสการ์ดให้เธอเลย "เพื่อน" ของฉัน ฉันขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่า การส่งโปสการ์ดไปที่ออฟฟิศของเธอ จะทำให้เธออับอายเพื่อนร่วมงาน ฉันไม่เคยคิดจะโชว์ใคร ๆไม่เคยคิดจะเอาเธอมาประจานฉันไม่เคยคิดว่าการเขียนโปสการ์ดส่งให้ "เพื่อน" คนหนึ่ง จะทำให้เขาเสียเกียรติ เสียหน้า เสียความรู้สึก เพราะที่มันเสียอยู่ก็มากพออยู่แล้ว ถึงฉันจะเคยไปอาละวาดที่ออฟฟิศเธอไว้ก็ตาม ซึ่งมันนานมากแล้ว ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม 2548 เวลา 12.10น. แต่นั่นก็ไม่ใช่จุดประสงค์ ไม่ใช่ประเด็นที่จะประกาศให้ใครรู้ว่า เธอและฉันยังมีความสัมพันธ์กันอยู่ ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่ใช่ ไม่ใช่เลย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอคิดและเพื่อนร่วมงานของเธอคิด มันไม่ใช่ความคิดของฉัน แต่ฉันห้ามความคิดของคนอื่นไม่ได้ ฉันควบคุมไม่ได้ กับสิ่งที่คนอื่นคิด ฉันเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันขอโทษที่ผลลัพธ์มันตรงกันข้ามกับความคิดของฉัน มันต่างกันโดยสิ้นเชิง มันกลายเป็นผลลบ ที่ฉันนึกไม่ถึงว่ามันจะร้ายแรง และทำให้ฉันเสียใจเช่นกัน ฉันผิดเอง ผิดที่ทำอะไรโดยไม่คิดถึงใจของ "เพื่อน" อย่างเธอ ทำในสิ่งที่เธอไม่ชอบ ทำในสิ่งที่เธฮโกรธ ทำอะไรไร้สาระ ไร้ค่า .... เลวร้ายไปซะทุกอย่าง

ฉันไม่หวังให้เธอให้อภัย แต่อยากให้เข้าใจในสิ่งที่ทำ

ทุกสิ่งที่ฉันทำ ณ ตอนนี้ฉันแค่ต้องการให้เธอ ยิ้ม และ มีความสุขอยู่เสมอ

ฉันไม่ได้จ้องจะทำร้ายเธออย่างที่เธอคิด ฉันไม่ได้แค้นเธอ ฉันไม่ได้ต้องการจะเอาชนะเธอ ฉันไม่ได้ต้องการเธอกลับคืนมา ฉันไม่ได้รอคอยโทรศัพท์จากเธอ ฉันไม่ต้องการเพื่อนไปดูหนัง ฉันไม่ต้องการเพื่อนไปกินข้าวฉันไม่ต้องการยืนข้างเธอ
ฉันไม่ต้องการ ... อะไร จากเธอ ทั้งสิ้น เท่าที่มีตอนนี้ ฉันมีความสุขแล้ว .....

ฉันจะไม่ล้ำเส้น ไม่ออกไปนอกรอบ ไม่ทำอะไรอีกแล้ว นับตั้งแต่นี้ไป .....
ฉันจะไม่ทำให้พี่สาวของฉัน (พี่อุ๋มอิ๋ม) ต้องโดนว่าเพื่อปกป้องฉัน ...
ฉันจะไม่ทำอะไรที่ทำให้คนอื่นๆ เดือดร้อน.....

ระหว่างเราไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าคำว่า "เพื่อน"
ฉันขอโทษ จากใจจริง


I always be there to cheer you on.

ฉันจะให้กำลังใจคุณเสมอ
ถึงคุณจะไม่เคยมองเห็นมัน และไม่เคยเห็นคุณค่าของฉันเลย

Thanks พี่อิ๋ม ที่สอน เตือน บอก แนะนำสิ่งดีๆ ให้ นู๋มาตลอด
Thanks แม่ ครอบครัว พี่น้อง ที่คอยให้กำลังใจเวลา ร้องไห้ เสียใจ
Thanks เพื่อน ๆ ที่คอยให้กำลังใจ ฉันจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว
นู๋อยากบอกว่า "หนูไม่เคยคิดทำร้ายใคร ถึงจะเคยมีบางครั้งที่อารมณ์มันมาอยู่เหนือเหตุผลแต่หนูก็สำนึกอยู่ในใจเสมอว่า หนูคือคนผิด ผิดที่เอาหัวใจเข้าไปใกล้ ผิดที่โชคชะตานำพาให้เค้ามาเจอคนแบบหนู"